- 329 views
ผ่านมา ๑๗ ปีที่พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐ กฎหมายฉบับนี้ให้มุมมองใหม่ต่อสุขภาพแบบ holistic health “สุขภาพหมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล” มุมมองต่อสุขภาพที่กว้างขึ้น ทำให้ขอบข่ายการทำงานกว้างขวางขึ้น ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายทั้ง ภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาควิชาการ มุ่งพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม โดยมีกลไกสำคัญคือ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่ จัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ, เสนอแนะหรือให้คำปรึกษาต่อ ครม.เกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพ,จัดให้มีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ พรบ.ฉบับนี้เป็นช่องทางให้ภาคประชาชนสามารถเสนอนโยบายต่อ ครม. ซึ่งไม่มีในกฎหมายอื่นๆ
คสช.มีสำนักงานคือ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ในกำกับของนายกรัฐมนตรี สช.เป็นองค์กรขนาดเล็ก ที่ทำงานใหญ่ งานยาก จึงต้องสานพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ทำงานเชิงรุกกับภาคีเครือข่ายแบบองค์รวม(Holistic partnership) รู้และเข้าใจในภารกิจของภาคีเครือข่ายต่างๆ สานพลังทำให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน(common goal)ในระดับที่สูงขึ้น รวดเร็วขึ้น
ขอบคุณทุกภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกันสานพลังขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยด้วยกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ตลอดระยะเวลา ๑๗ ปีที่ผ่านมาและก้าวไปด้วยกันในอนาคต.
